วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เครื่องบินกระดาษ

แบบที่1




เครื่องบินกระดาษ:- พับด้วยวิธีนี้แล้วจะสามารถบินได้ไกลถึง 300 เมตร..เลยทีเดียว การใช้กระดาษพับเครื่องบินนั้นตามปกติแล้วจะบินไม่ได้ไกลนัก,บางที ปาไปยังไม่ทันบินก็ตกลงมาแล้ว เพราะเป็นว่าความทรงตัวอาจจะไม่ดี หรือบางครั้งก็อาจ จะบินไปได้แต่แบบไม่ตรงคือเอียงไปเอียงมาก็มี..เรียกว่าไม่ได้อย่างใจอะไรทำนองนั้น.... ในเคล็ดลับการพับเครื่องบินกระดาษที่เราได้นำมาเสนออันนี้ ได้ทำการคิดค้น จากนักคิดค้นหรือสร้างแปรนเครื่องบินเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีพับวิธีนี้จึงอาจที่จะ เรียกได้ว่าเป็นวิธีพับแบบพิเศษ...ใช้กระดาษแค่แผ่นเดียวเท่านั้น...ก็สามารถที่ จะพับเครื่องบินกระดาษที่บินได้ไกลถึง 300 เมตร...น่าทึ่งมาก ทำไม?..การพับตามวิธีนี้เครื่องบินกระดาษจึงสามารถที่จะบินได้ไกลและการทรงตัวดีล่ะ??? ตรงนี้ก็เป็นด้วยว่าการที่เราได้ติดเทปลงไปที่ตรงหัวของเครื่องบินกระดาษและอีกจุดที่สำคัญ ก็ตรงที่ได้ใช้เล็บกดลงไปตรงปีกทั้งสองข้างอย่างที่เห็นในรูป.... และเครื่องบินกระดาษของเรานี้นอกจากจะบินได้ไกลถึงประมาณ 300 เมตรแล้ว ยังสามารถนำไป ปาลงมาจากที่สูง ๆ คือสูงประมาณ 56 เมตร ก็สามารถที่จะบินไปตามสายลมได้ไกลถึง 388.45 เมตร ได้อีกเสียด้วย..ลองนำไปพับดูนะคะ...นับรองว่าเด็ก ๆ จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน...


แบบที่2 กระดาษจรวด







แบบที่ 3....เครื่องบินกระดาษ


วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ของเล่นจากกระดาษ

กบ...กระโดด..โอ๊บโอ๊บ


ลูกข่าง...





ดาวกระจาย...ของนินจา










วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

นักพับกระดาษระด้บโลก

เคยสงสัยไหมครับว่า คนที่ออกแบบและพับสุดยอดมังกรเหล่านี้เขาทำอย่างไร



ตามไปดูคลิปยอดนักพับกระดาษระดับโลก Satoshi Kamiya กันหน่อย
เผื่อจะสร้างแรงบันดาลใจได้บ้างครับ
ติดตามในวันพรุ้งนี้คับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

สัตว์แบบต่างๆ




ปลาหมึกยักษ์



















ต.เตาหลังตุ




















ปลาวาฬ

การพับกระดาษ จากศิลปะโบราณ..สู่วิทยาการไฮเทค ตอนที่ 2

ชื่อกันว่าแต่เดิมนั้น แบบพับกระดาษรูปร่างต่างๆ น่าจะเกิดจากการที่นักพับใช้วิธีการลองผิด-ลองถูก หรือ "ด้น" ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรูปร่างของกระดาษพับไปคล้ายกับอะไรสักอย่าง จากนั้นก็ทำการแต่งเติมลักษณะต่างๆ เพิ่มเข้าไป เช่น สำหรับนกกระดาษ หากพับงอส่วนปลายแหลม ก็จะกลายเป็นหัว หากปล่อยทิ้งไว้ ก็กลายเป็นหาง อะไรทำนองนี้
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ทีนี้ หากมีรูปร่างอะไรสักอย่างเป็นต้นทางแล้วก็อาจจะดัดแปลงได้อีก เช่น เดิมเคยพับกบได้ แต่พอพับใหม่ไปได้บางขั้น ก็อาจฉีกแนวพับไปทางอื่นๆ กลายเป็นดอกไม้แบบต่างๆ หรือแม้กระทั่งหอยทาก การที่แบบพับต่างๆ มีจุดเริ่มต้นคล้ายกันนี้ เรียกว่า แบบพับทั้งหมดมี ฐานแบบพับ (base) เดียวกัน โดยในกรณีนี้เรียกว่า ฐานแบบพับรูปกบ (frog base)

การพับกระดาษในอดีตนั้น มีฐานแบบพับหลักๆ อยู่เพียงไม่กี่แบบ เช่น ฐานแบบพับรูปกบ (frog base) รูปนก (bird Base) รูปหมู (pig base) รูปปลา (fish base) และรูปว่าวกับรูปเพชร (kite and diamond bases) เป็นต้น

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ นักพับกระดาษได้ทดลองดัดแปลงฐานรูปต่างๆ เหล่านี้ไปเป็นแบบต่างๆ มากมายจนเรียกได้ว่า หากคุณเริ่มจากฐานได้ฐานหนึ่ง แล้วพับไปเรื่อยๆ ก็เป็นไปได้มากที่ว่าคุณจะได้แบบพับที่ซ้ำกับสิ่งที่คนอื่นพับมาก่อนหน้านี้แล้ว พูดง่ายๆ ก็คือ แบบพับคลาสสิกเหล่านี้ได้ถูกสำรวจและดัดแปลงพับจน (แทบจะ) หมดสิ้นแล้วนั่นเอง
ในราวทศวรรษที่ 1970 ได้เกิดมีแนวคิดใหม่ในศาสตร์แห่งการพับกระดาษ จุดเริ่มต้นมาจากข้อสังเกตที่ว่า หากเราคลี่แบบพับหนึ่งๆ ออกมา เราจะเห็นรอยพับและมุมบรรจบต่างๆ โดยความซับซ้อนของรอยพับขึ้นอยู่กับจำนวนขั้นในการพับนั่นเอง

คำถามย้อนกลับที่สำคัญก็คือ หากเราต้องการรูปร่างหนึ่งๆ ในแบบพับ เช่น ขากบ ปีกนก หรือก้ามปู เราจะมีวิธีการออกแบบรอยพับ และขั้นตอนการพับอย่างไร ? การตอบคำถามนี้เองนำไปสู่การ "ออกแบบ" รูปร่างของแบบพับออริกามิอย่างเป็นระบบ โดยการพับรูปแบบต่างๆ จะมีเทคนิคเฉพาะตัว (technical folding) เทคนิคนี้ให้ผลอย่างน่าทึ่ง เพราะรูปร่างที่ได้จะคล้ายกับของจริงอย่างมาก ดูได้จาก "กบ" ซึ่งพับโดย โรเบิร์ต เจ แลง (Robert J. Lang) เป็นตัวอย่าง
แม้กลุ่มคนที่ช่วยกันสร้างสรรค์ออริกามิแนวใหม่จะมีหลายคน แต่ดูเหมือนโรเบิร์ต เจ แลง น่าจะเป็นตัวแทนได้ดี เขาเป็นนักฟิสิกส์ที่ทำงานด้านเลเซอร์โดยอาชีพ แต่รักการพับกระดาษมาตั้งแต่อายุได้ 6 ขวบ และพับเป็นงานอดิเรกเรื่อยมา จนกระทั่งวันหนึ่งเขาพบว่า ความรู้ทางคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมานั้น สามารถประยุกต์ใช้ได้กับการพับกระดาษด้วยเช่นกัน เช่น ในการพับยุบท่อกลวงผิวบางให้กลายเป็นแผ่นแบนๆ นั้น ในทางคณิตศาสตร์ก็เปรียบเสมือนโจทย์ที่ว่าจะจัดเรียงชิ้นส่วนย่อยแต่ละชิ้นให้วางอยู่ในระนาบเดียวกันได้หรือไม่ อย่างไร เป็นต้น
ด้วยวิธีคิดทำนองนี้เอง โรเบิร์ต เจ แลง จึงได้พัฒนาโปรแกรม TreeMaker ซึ่งใช้ในการคำนวณว่า กระดาษควรจะถูกพับตรงไหน อย่างไร เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนที่มีรูปแบบสุดท้ายตามต้องการ ตัวอย่างการคำนวณรอยพับของปู ซึ่งมีก้ามสองข้างขนาดต่างกันเป็นดังรูป
นี่คือ ผลผลิตหนึ่งของศาสตร์ใหม่ ที่เรียกว่า ออริกามิเชิงคำนวณ (Computational Origami) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกร เข้ามาร่วมสนุกกับศิลปินและใครก็ตามที่หลงใหลในศิลปะการพับกระดาษ


การถือกำเนิดของออริกามิเชิงคำนวณแสดงให้เห็นว่า เมื่อใดก็ตาม ที่มีคนรู้จริงซึ่งสามารถผสมผสานภูมิปัญญาจากสาขาวิชาต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนแล้วละก็ ผลผลิตที่ได้ย่อมจะมีความงดงามและทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ขุมทรัพย์ทางปัญญา